Food

ขากลับจากสัมมนาที่ขอนแก่น แวะอำเภอพิมาย โคราช (จังหวัดนครราชสีมา)

 

แวะชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย ก่อนเพื่อจะได้เข้าใจและซาบซึ้งในการชมสถานที่จริง

แล้วไปชมปราสาทหินพิมาย ที่สร้างตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 16

 

เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับปราสาทหิน เรื่องมันยาวววววววววววววว

 

ตอนนี้แวะทานอาหารกลางวันกันก่อน

"เป็ดย่าง ส้มตำ" เข้ากันมากๆ ไม่ใช่เป็ดย่างแบบข้าวหน้าเป็ด

แต่เป็นเป็ดที่ย่างแบบไก่ ย่างจนแห้งหนังกรอบ แทะเพลิน

สมัยก่อนร้านเล็กๆ ย่างวันนึงไม่ถึงร้อยตัว

อยากกินต้องสั่งล่วงหน้า  ถ้าเข้าถูกร้านจะเห็นคนปิ้งหน้ามัน ฝ้าเต็มหน้า

ตอนนี้ขายดี ขยายร้านใหญ่ อร่อยเหมือนเดิม ราคายุติธรรม

ย่างควันท่วมแบบนี้ล่ะ มองเกือบไม่เห็นคนย่าง

***********

"ทิวไผ่เป็ดย่าง"  ติดโรงพยาบาลพิมาย

เลี้ยวเข้ามาจากถนนใหญ่ไม่กี่กิโล ซ้ายมือก็เจอเป็ดตัวโตหน้าร้าน

เป็ดอ้วนหน้าร้าน

สนใจสมัครเป็นคนย่างเป็ดป่ะครับ

ลาบเป็ด โรยใบมะกรูดทอดกรอบ

 แนมด้วยผักสด ยอดสะเดา

ผัดหมี่พิมายจานใหญ่ (ผัดหมี่โคราชจานนี้ แตกต่างจากผัดไทย ตรงที่จะแฉะกว่า มีเนื้อสัตว์ ส่วนใหญ่จะเป็นหมูหรือไก่ มีผักคะน้าหรือกะหล่ำปลี  การทำก็ต่างกัน ผัดไทยจะผัดของแห้งก่อน ใส่เส้น แล้วเติมน้ำ ผัดให้สุก  แต่ผัดหมี่โคราช จะเจียวหอมแดงสับกระเทียมสับจนหอม ใส่เนื้อสัตว์ เติมน้ำตาล น้ำ ซอส เคี่ยวน้ำได้ที่ แล้วค่อยใส่เส้น ....... ถ้าสนใจไว้จะมาเล่าให้ฟังอีก)

เป็ดย่างหนังกรอบมาละ เนื้อนิดเดียว ตัวเดียวไม่พอ

ตัวละ 130 บาท ไม่แพง ย่างนานอย่างนั้น ให้ค่าขยัน

 ต้มแซ่บไข่อ่อน (วันนี้กะบินได้)

 

ที่เคยมาจะสั่งตำแตง ไข่ต้ม อร่อยเด็ด

แต่ดันไปสั่ง "ส้มตำถั่วหางหมู" 

เป็นไงหว่า "ถั่วหางหมู" ลองสั่งดูละกัน

มาแล้วตำถั่ว แต่ก็ถั่วฝักยาวธรรมดานี่นา

 

หางหมูมาละ ทำแบบแคบหมูแต่จะแข็งกว่า

................พระเจ้าช่วย "ส้มตำถั่วหางหมู" เป็นอย่างนี้ นี่เองงงงงงงงงงงงงงงง

 

รูปสุดท้ายคือข้าวเหนียวร้อนๆ นุ่มนิ่ม

(ทำไมข้าวเหนียวต่างจังหวัดอร่อยกว่าในกรุงเทพฯเยอะเลย นิ่มกว่าด้วย)

แม้จะสั่งมาอีกหลายจาน แต่ไม่มีรูปมาให้ดูอีกเพราะว่าหิวแว้วๆ

 

 

ทำไมเรียกว่า ผัดไทย..

posted on 27 Jun 2005 15:50 by astarlink in Food

ใครมีข้อมูลอื่นบอกด้วยนะ

ก๋วยเตี๋ยวผัดไทยกับวัฒนธรรมไทย ... โดย สุวพงศ์ สุขวิบูลย์

ใครๆก็คงเคยกินผัดไทย ยิ่งเป็นผัดไทย กุ้งสด เห็นแล้วน้ำลายสอ แต่ตอนนี้ เราไม่ชวนคุณไปหาก๋วยเตี๋ยว ผัดไทยเจ้าอร่อย รับประทาน เราจะชวนคุณ ไปรู้จักผัดไทย ขนานแท ้และดั้งเดิม ของต้นตระกูลไทย (ที่ใจท่าน เหี้ยมหาญ นั่นแหละครับ)

สมัยเราเด็ก ๆ คงสงสัย ทำไมต้องเป็น ผัดไทย เป็นผัดจีน ผัดแขก ไม่ได้หรือ? คำตอบคือ ไม่ได้ครับ เพราะผัดไทย เป็นของไทย ซึ่งเราจะ ไม่ยอมยก ให้ใคร ยิ่งถ้าคุณทราบว่า ผัดไทยนี้มีความเป็นมา อย่างไร คุณจะรัก ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย มากขึ้นเป็นกอง

ถ้าให้ทายว่า คนไทย กินผัดไทย กันมานาน แค่ไหนแล้ว

ผัดไทย น่าจะเป็น ของเก่าของโบราณ

บางคน อาจนึกย้อนไปถึง สมัยรัชกาลที่ 5

บางคน อาจคิดย้อนไป มากกว่านั้น ถึงสมัยกรุงแตก พระเจ้าตากสิน กู้เอกราช

แต่ที่จริงแล้ว ผัดไทยเกิดขึ้น เมื่อสมัยจอมพลป. พิบูลสงคราม

เจ้าของ นโยบาย "เชื่อผู้นำชาติพ้นภัย" ก็ราว ๆ ห้าสิบกว่าปีมานี้เอง

รัฐบาล จอมพลป. พิบูลสงคราม ได้บริหารประเทศ ในช่วงระหว่างปี พ.ศ.2482-2489 และช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 บ้านเมืองไทยนั้น แต่เดิม เรียกกันว่า ประเทศสยาม ท่านผู้นำ จอมพลป. ก็ให้เปลี่ยนชื่อ ในปี 2484 จึงกลายเป็น ประเทศไทย ตั้งแต่นั้นมา นอกจากนั้น ท่านยังออก รัฐนิยม อันเป็นระเบียบ สำหรับ ประชาชนชาวไทย ปฏิบัติให้ดูเป็น อารยชน เช่น การห้ามก ินหมาก การแต่งกาย สวมหมวก จนถูกเรียกว่าเป็น ยุคมาลานำไทย ฯลฯ


เมื่อมีชาติไทยแล้ว ก็จำเป็นต้องมี อาหารประจำชาติ

ผัดไทย จึงได้รับเลือก ให้เป็นพระเอก

สำหรับคราวนี้ อาหาร ที่เป็นเส้น ๆ นั้นถูกมองว่า เป็นจีนไปหมด ทั้งก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ แม้แต่ขนมจีนยังเป็นจีน

อาหารชนิดใหม่ จึงได้รับ การประดิษฐ์ขึ้นมา

เริ่มต้นนำเส้นเล็ก มาผัด ใส่เต้าหู้เหลืองซอย ให้เล็ก ๆ

เติมกุ้งแห้ง ใส่ใบกระเทียม แล้วตอกไข่ลงไป ยีให้ทั่ว

สุดท้าย ก็ใส่ถั่วงอกดิบ แล้วจึงตักขึ้น ใส่จาน

อาจจะประดับ ต้นกระเทียม ไว้กินเคียง

ถ้าใส่กุ้งใหญ่ ประดับหน้า ก็จะได้ผัดไทยกุ้งสด

ผัดไทยของแท้ ต้องไม่ใส่หมู

เป็นเหตุผล ที่ล้ำลึกมากสำหรับ การสร้างอาหาร ชนิดนี้ให้มีสัญชาติไทย โดยแท้

เพราะในช่วงเวลา ที่ผัดไทย ได้รับการประดิษฐ์ขึ้น มานั้น

หมูถูกมองว่า เป็นอาหารของคนจีน

คนไทยนั้นนาน ๆ ทีจึงกินหมู กินเฉพาะเวลา งานฉลอง สำคัญจึงฆ่า หมูมากินกัน

คนไทย แต่เดิมนั้นกินไก่ กินปลาเป็นหลัก

เมื่อผัดไทย ได้ชื่อว่าผัดไทย หมูจึงไม่มีสิทธิ มาอยู่ในจานผัดไทย

ในยุคเดียวกัน กับผัดไทย นั่นเอง วัฒนธรรม จำนวนมาก ได้รับการสร้างขึ้น ให้เป็นไทยแท้ ชื่อนามสกุล ใครดูไม่เป็นไทย ก็ต้องให้เปลี่ยน ชื่อผู้ชาย ก็ต้องฟังเป็น ชายชาตรี จะเป็นแบบ ชื่อผู้หญิงไม่ได้ แม้ว่าสมัยก่อนเราจะ ไม่มีการ แบ่งเพศ ในชื่อเสียง เรียงนาม ชื่อแดง ชื่อดำ ชื่อป้อม ก็เป็นได้ทั้ง ผู้หญิงผู้ชาย พอถึง ยุคท่านผู้นำ ผู้ชายคนไหน ชื่อสมจิตร ซึ่งแปลว่า สำเร็จ ดังที่ตั้งใจไว้ ก็ถูกมองว่า ชื่อเหมือน ผู้หญิง ก็ต้องเปลี่ยนเป็น สมชายบ้าง เป็นชื่ออื่น ๆ ที่เป็นชายมากกว่านี้ ในช่วงนั้นเอง ชื่อสมชาย จึงกลายเป็น ชื่อสุดฮิต มีคนที่ชื่อสมชาย ทั้งหมดตั้งแต่สมัยนั้น จนถึงสมัยนี้ไม่ต่ำกว่า ล้านคน เป็นตัวเลข ที่น่าตกใจ ไม่ใช่น้อย

นอกจาก ชื่อแล้ว ภาษา ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ภาษาไทย ถูกทำให้ง่าย ขึ้นด้วยการ ตัดตัวอักษร ที่ไม่จำเป็นออก ส.เสือ ศ.ศาลา ษ.ฤษี ที่มีเสียง เหมือนๆกัน ก็ตัดทิ้งเหลือ ส.เสืออย่างเดียว ตัวอักษรอื่น ที่มีเสียง แบบเดียว ก็เช่นกัน ดังนั้น วงการ หนังสือ สมัยนั้น จึงเกิดปัญหา วุ่นวาย ต้องแก้ ต้องตัด งานเขียนต่าง ๆ ให้ตรงกับ ภาษาไทย ของท่านผู้นำ จอมพลป. แต่หมดยุคท่าน ภาษาไทย จึงกลับเป็น เช่นเดิม



ศิลปวัฒนธรรม ต่างๆถูกสร้าง ถูกเปลี่ยนแปลง ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ที่ดีก็มีมาก ที่สร้างปัญหา ก็มีไม่น้อย จากวันนั้น ถึงวันนี้ เราจึง กลายเป็น ไทยแต่นั้นมา มีผัดไทย กินกันแต่นั้นมา

เห็นตามร้านอาหารแต่ละที่เขียนไม่เหมือนกัน

แต่หลายๆที่ก็บอกว่าผัดไทย

เป็นของไทย ไม่ใช่ "ไท" ที่แปลว่าอิสระ

...

ร้านอาหารไทยที่เมืองนอกบางที่

กับเวลาที่มีการแสดงอาหารจากเมืองไทย

ก็ใช้ "ผัดไทย"

แต่ตามร้านอาหารในซุปเปอร์ใช้ "ผัดไท"

..

ใครรู้ช่วยตอบที