General

การแข่งขันฝีมือแรงงานเยาวชนนานาชาติ (WorldSkills)

การแข่งขันฝีมือแรงงานเยาวชนนานาชาติ จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมทักษะฝีมือแรงงานของเยาวชนจากภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก โดยจัดให้มีการแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี 2493 ณ กรุงแมดริด ประเทศสเปน และจัดให้มีการแข่งขันเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งกำหนดให้จัดการแข่งขันขึ้น 2 ปีต่อครั้ง สำหรับประเทศที่จะส่งเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานเยาวชนนานาชาตินั้น จะต้องสมัครเข้าเป็นสมาชิกขององค์การ World Skills หรือชื่อเดิม International Vocational Training Organization (IVTO) ซึ่งในปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 40 ประเทศ

ในส่วนของประเทศไทย รัฐบาลไทยได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2536 อนุมัติในหลักการให้ดำเนินการจัดส่งบุคคลเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานเยาวชนนานาชาติ โดยประเทศไทยได้สมัครเป็นสมาชิกองค์การ World Skills เมื่อปี 2536 และได้จัดส่งเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานเยาวชนนานาชาติมาตามลำดับจนถึงปัจจุบัน

วัตถุประสงค์ของไทยในการจัดส่งเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานเยาวชนนานาชาติ

1. เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ความสามารถของช่างฝีมือไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่นานาประเทศตลอดจนถึงการนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทย

2. เป็นการจูงใจและสนับสนุนให้เยาวชนเห็นความสำคัญของอาชีพต่าง ๆ และยึดถือเป็นอาชีพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานฝีมือได้อีกทางหนึ่ง

3. เป็นการจูงใจและกระตุ้นให้ช่างฝีมือที่มีอยู่ในประเทศได้ยกระดับฝีมือของตนเองให้ทัดเทียมกับมาตรฐานสากล

4. เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ในด้านการพัฒนาฝีมือแรงงาน

ซึ่งเป็นการส่งเสริมงานด้านการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีประสิทธิภาพ และได้มาตรฐานทัดเทียมนานาประเทศ

สรุปการเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานเยาวชนนานาชาติของไทย ตั้งแต่ครั้งที่ 32 -ปัจจุบัน

ครั้งที่

ประเทศเจ้าภาพ

ปี พ.ศ ที่แข่งขัน

สาขาที่ไทยส่งแข่งขัน

สาขาที่ไทยได้รับรางวัล

เหรียญทอง

เหรียญเงิน

เหรียญทองแดง

รางวัลชมเชย

32

สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

2536

7

-

-

-

ช่างเครื่องประดับ

33

ฝรั่งเศส

2538

10

-

ช่างเครื่องประดับ

ช่างทำผมบุรุษ

ช่างตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี

34

สวิตเซอร์แลนด์

2540

14

ช่างตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี

ช่างเครื่องประดับ

-

ช่างเชื่อม

ช่างอิเล็กทรอนิกส์

ช่างปูกระเบื้อง

พนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม

ครั้งที่

ประเทศเจ้าภาพ

ปี พ.ศ ที่แข่งขัน

จำนวนสาขาที่ไทยส่งแข่งขัน

สาขาที่ไทยได้รับรางวัล

เหรียญทอง

เหรียญเงิน

เหรียญทองแดง

รางวัลชมเชย

35

แคนาดา

2542

16

-

ช่างอิเล็กทรอนิกส์

ช่างเครื่องประดับ

ช่างซ่อมรถยนต์

ช่างเมคคาทรอนิกส์

ช่างเขียนแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ (CADD)

ช่างปูกระเบื้อง

ช่างตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี

ช่างแต่งผมบุรุษ

พนักงานประกอบอาหาร

36

เกาหลีใต้

2544

15

ช่างเชื่อม

-

ช่างเครื่องประดับ

ช่างเขียนแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์

(CADD)

ช่างไฟฟ้าภายในอาคาร

ช่างตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี

ช่างแต่งผมสตรี

พนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม

ช่างเครื่องปรับอากาศฯ

37

สวิตเซอร์แลนด์

2546

13

ช่างตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี

ช่างเชื่อม

ช่างเครื่องประดับ

-

ช่างเมคคาทรอนิกส์

ช่างไฟฟ้าภายในอาคาร

ช่างแต่งผม

ช่างซ่อมรถยนต์

พนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม

ช่างเครื่องปรับอากาศฯ

38

สาธารณรัฐฟินแลนด์

2548

14

ข้อมูลจาก กลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานและการแข่งขัน

สำนักพัฒนามาตรฐานและทดสอบฝีมือแรงงาน มีนาคม 2548

เคล็ดลับ 5 วิธีขับรถประหยัดน้ำมันหน้าฝน

ขอแนะนำเคล็ดลับในการประหยัดน้ำมันในช่วงหน้าฝน 5 วิธีดังนี้


1. หลีกเลี่ยงการใช้รถในช่วงเวลาฝนตก โดยการรับฟังข่าวสารรายงานอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ประกอบกับการใช้การสังเกตสภาพดินฟ้าอากาศก็จะช่วยให้เราคาดการณ์ล่วงหน้าได้ เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าฝนตกทีไรก็มักจะทำให้รถติดทุกครั้ง ดังนั้นก็ควรเลื่อนการเดินทางหรือใช้การติดต่อกันทางโทรศัพท์ โทรสาร จดหมายอิเล็กโทรนิกส์ หรือใช้บริการรถไฟฟ้าแทนก็จะสะดวกและประหยัดน้ำมันกว่า ซึ่งถ้าหากรถติดแบบไม่ขยับรวมกันเป็นเวลา 10 นาที จะทำให้สูญเสียน้ำมัน 250 ซีซี. หรือสามารถวิ่งได้ในระยะทางเพิ่มขึ้น
2.5 กิโลเมตร


2. วางแผนให้พร้อมสำหรับการเดินทาง หากหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงฝนตกไม่ได้ การเตรียมข้อมูลให้พร้อมสำหรับการเดินทาง ก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันและเพิ่มความมั่นใจแก่ผู้ขับขี่ได้ โดยเลือกเส้นทางที่ใกล้ที่สุดหรือใช้เวลาน้อยที่สุด และศึกษาเส้นทางลัดของเส้นทางที่จะไป โดยสามารถตรวจสอบเส้นทางการจราจรจากรายการวิทยุ สวพ.91 จส.100 หรือ สอบถามเส้นทางการจราจรได้ที่ เบอร์ 1197 เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ติดขัด และควรเตรียมหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อของหน่วยงานบริการช่วยเหลือ กรณีรถเสียรถดับระหว่างทาง อาทิ สถานีวิทยุชุมชน ร่วมด้วยช่วยกัน 1167 เพื่อป้องกันการกีดขวางทางจราจร อันจะทำให้รถติด สิ้นเปลืองน้ำมันและเสียเวลา
3. เช็คผ้าเบรก หน้าฝนถนนลื่น มักต้องแตะเบรกบ่อยกว่าปกติ จึงควรสังเกตจากเสียงขณะเบรก หรืออาการเบรกแล้วรถไม่หยุดในระยะปกติ หรือเสียงเบรกเสียดสีจานล้ออยู่เสมอ ซึ่งจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันประมาณวันละ 400 ซีซี หรือวิ่งได้ระยะทางเพิ่มขึ้นอีก
5 กิโลเมตร


4. ลมยางและสภาพยาง สภาพยางที่อ่อนหรือแข็งกว่ามาตรฐานจะทำให้การทรงตัวของรถในหน้าฝนยากลำบากกว่าปกติ ในหน้าฝนจึงควรใส่ใจเรื่องของความดันลมยางอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพราะหากความดันลมยางต่ำกว่ามาตรฐานทุกๆ 1 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว จะเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 2% นอกจากนี้สภาพยางที่สึกหรอมากทำให้รถเบรกไม่ค่อยอยู่ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน


5. ลดการใช้แอร์ในรถ ช่วงหน้าฝน อากาศช่วงเช้าและช่วงเย็นมักจะไม่ค่อยร้อน แนะนำให้ทดลองปิดแอร์แล้วสูดอากาศธรรมชาติดูบ้างก็ไม่เลว และหากปิดแอร์ก่อนถึงที่หมาย 2-3 นาที จะประหยัดน้ำมันได้ 30 ซีซี แต่หากไม่ใช้แอร์เลยตลอดการเดินทาง 20-30 นาที จะประหยัดน้ำมันได้ 300 ซีซี

ข้อมูลจากเว็บ..environnet.in.th


edit @ 2005/06/05 15:05:57
edit @ 2005/06/06 22:48:16

สวัสดี พี่ๆน้องๆ เพื่อนๆทุกคน

ก็ไม่ได้เจอหน้าเจอตาหลายๆคน

บางคนก็ทำงาน บางคนก็เรียน

(ที่ได้เจอตัวไม่พูดถึง .... เจอตัวเป็นๆอยู่แล้ว)

ได้ยินแต่เสียง หรือ มีแต่เมลล์ที่ forward ไปมาให้รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่

มีตรงนี้ ก็ไม่รู้จะมาคุย มานัดกันได้หรือเปล่า

ยุคประหยัด ไม่ต้องเสียค่าโทรศัพท์ ก็เมลล์มา หรือส่งมาตรงนี้

สัญญาว่าจะมาเช็คบ่อยๆ เท่าที่จะทำได้


edit @ 2005/06/07 23:04:41