Thinking

คุยเรื่องอะไรดี

posted on 05 Jun 2006 14:25 by astarlink in Thinking

"พี่ ผมหิวทุเรียน ไประยองคราวก่อนยังไม่จุใจเลย" "ทุเรียนต้องก้านยาวนะ" "ก้านยาวอร่อยมาก หวานเหนียวนุ่ม แต่ชะนีไข่ห่ามๆก็อร่อยครับ ปีนี้ยังไม่ได้กินเลย" "ก้านยาวหาซื้อลำบาก เดี๋ยวนี้แทบไม่มีแล้ว ปลูกใหม่ยังออกผล เขาว่าแถวท่าน้ำนนท์มี ลูกละ 1,000 - 2,000 บาท ไม่ใช้เลือกด้วย แต่เขารับประกัน" "ทุเรียนแก่สุกคาต้นอร่อยจริงเหรอครับ มันไม่ขมเหรอ" "เอ ไม่เคยลองนะ แต่คงอร่อยล่ะ ได้ยินอย่างนั้นเหมือนกัน" "หลายคนบอกแล้วครับ อยากลอง" "ทุเรียนแถวศรีษะเกษก็มีเยอะนะ อร่อยกว่าของระยองด้วย" "ศรีษะเกษเนี่ยนะพี่ มีทุเรียนด้วยเหรอครับ" "มีสิ อร่อยด้วย บริษัทใหญ่ทางระยองมารับ แต่จะส่งออกมากกว่านะ เพราะคุณภาพดี ทางระยองทุเรียนมีสารตกค้างเยอะ" "ทุเรียนที่มาขายคุณภาพไม่ค่อยดี" "อันที่ขายตามรถ เป็นของที่เขาไม่เอาแล้ว เกรดดีจะมีสติกเกอร์ติด มี 4 - 5 พู สมบูรณ์มาก" "แล้วเงาะล่ะครับ แถวนครนายกมีเยอะ ปราจีนก็มี มังคุดก็ปลูก" "โธ่น้อง บ้านพี่ที่ศรีษะเกษปลูกทุเรียนหมอนทอง เงาะโรงเรียน มาจะยี่สิบปีแล้ว" "เงาะโรงเรียนเหรอพี่ นึกว่าเงาะสีชมพู" "ตอนนี้มีสีทอง จะสีเหลืองสวย แล้วเนื้อซุยกว่า" "อ้อ ถ้าทุเรียนเปลือกสีเหลืองอย่ากินนะ มันเป็นรา อันตรายกับร่างกาย แต่เนื้อจะดูปกตินะ เพียงแต่เสียเร็วกว่าปกติ" "ครับพี่"

"วันก่อนไปประชุมที่สาธารณสุข เรื่องที่ญี่ปุ่นจดตราสินค้า กับลิขสิทธิ ฤาษีดัดตน" "แล้วทำไมเหรอ จดแล้วทำไม" "ก็คนไทย หรือใครจะทำฤาษีดัดตน สอน ออกงาน แสดง ไม่ได้เลยถ้าไม่ขออนุญาตเขาก่อน" "ฤาษีดัดตนกำลังจะเป็นที่นิยมเหมาะกับคนสูงอายุ ญี่ปุ่นสนใจมาก คนแก่เยอะนี่" "คนไทยก็แย่อย่างนี้ล่ะ โดนหลายอย่างแล้ว ไม่เข็ด กัดกันตลอด" "ประมาณนั้น ก็คนไทยมันโง่ ขอด่าตัวเองหน่อย ทำไมเป็นอย่างนี้ตลอด" "ถ้าเราจด ยูโด ซูชิ แล้วห้ามคนญี่ปุ่น หรือใครทำ หรือสอน โดยไม่ขออนุญาตเรา เขาจะยอมไหม" "แต่ทางญี่ปุ่นมันยอมนี่ ว่าแต่เรื่องกวาวเครือยังไม่จบเลย 3 ปีกว่าละ หาเจ้าภาพไม่ได้ว่าคนไทยกลุ่มไหนกระทรวงไหนจะฟ้อง" "กวาวเครือญี่ปุ่นบอกว่าเป็นของพม่า ไทยไม่เกี่ยว" "ฟังแล้วชื่นใจจัง ญี่ปุ่นมากว้านซื้อของไทย ตำราสมุดข่อยทั่วประเทศเลยนะครับ เปล้าน้อยก็จดลิขสิทธิ์แล้ว" "เปล้าอะไร ต้นเปล้าหรือเปล่า" "ครับ ต้นเปล้าที่ปลูกทางใต้ เขาสกัดเป็นยาแก้โรคกระเพาะ แต่เขาจดแล้วครับ ไม่ทัน" "เจริญ ข้าวหอมมะลิก็อเมริกา ตุ๊กๆก็อังกฤษ นวดไทยก็อเมริกาจด" "แสดงว่าประเทศไทยมีดีสิ ใครๆก็อยากได้ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น อเมริกา ยุโรป มาตั้งรกรากกันเยอะ ญี่ปุ่นก็เข้ามาอีกมากพวกคนแก่น่ะ" "ถ้าอยากดูเครื่องเคลือบกระเบื้องของไทยต้องไปที่ญี่ปุ่น ผ้าไทยผ้าโบราณไปเยอรมัน ทับหลังไปที่อเมริกา มีเป็นร้อยเลย" "เห็นไหม ประเทศไทยมีดี" .......

"ทำไมไม่ใส่เสื้อเหลืองมาล่ะวันนี้" "ลืมน่ะ ว่าจะใส่แล้วนะ ไว้พรุ่งนี้ละกัน" "เขาบังคับใส่นะ" "ใครว่า เขาขอความร่วมมือ ไม่ได้บังคับซักหน่อย" "จ้าๆๆ" "เสื้อเหลืองตอนนี้ขึ้นราคาเพียบเลย แล้วคนจนจะใส่ได้ไง" "พวกพ่อค้าคนกลางสิ ซื้อคราวก่อน 150 ตอนนี้ขึ้นไป 250 ละ" "ไปตลาดนัดเมื่อวาน 350 จะ 400 แล้ว" "ถ้างั้นซื้อผ้านาโนดีกว่า 500 เอง" "นาโนออกมาแค่ 400 ไม่ใช่เหรอ ขึ้นอีกละ อะไรเกี่ยวกับในหลวงขายได้" "เสื้อเหลืองอะไรก็ได้ไม่ต้องมีตราก็ได้ นี่จะใส่ถึงวันที่ 15 ใช่ป่ะ" "อือ ถึง 15 นี้ แล้วก็ทุกวันจันทร์สีเหลือง" "เสื้อเหลืองสบายรูสิน่าสิ สีสวยถูกดี 120 เอง" "เสื้ออะไร บ้า" "อ๊ะ ก็สบายรูสิน่าไง สาหร่ายเกลียวทอง โครงการสวนจิตรน่ะ" "ทะลึ่ง สไปรูไลน่าต่างหาก" "120 เองจะได้ไม่บ่นกัน ของ FBT ก็ร้อยนิดๆนะ" .....

การออกเสียงภาษาไทย

posted on 21 Sep 2005 07:18 by astarlink in Thinking

การใช้ภาษาไทยในยุคโลกาภิวัฒน์ มีศัพท์ต่างประเทศเข้ามาเยอะแยะ บางทีก็ไม่รู้ว่าแปลเป็นไทยว่ายังไง หรือจะอ่านยังไง ก็ใช้ๆตามความเคยชิน

พอดีได้เมลล์มา เลยอยากแบ่งให้อ่านด้วย

แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไม เบิร์ด (เบิ้ด) เบิร์ต (เบิต) ...แค่ ด.เด็ก กับ ต.เต่า เนี่ย

ไทยพูดไทย

มารค มาร์ค คือ มาก กับ ม้าก

โดย เฉลิมศรี หุนเจริญ

อนุสนธิจากการกำหนดให้ออกเสียงคำ มารค พยางค์ท้ายของคำ ชลมารค และ สกลมารค ว่า มาก ก็มีคนสงสัยกันขึ้นมาว่า แล้วทำไมคำที่มาจากภาษาอังกฤษ คือ มาร์ค ออกเสียงเป็น ม้าก ล่ะ ซึ่งก็คงต้องยอมรับกันละค่ะว่า ที่มาของการออกเสียงคำภาษาไทยบางคำนั้นบางทีก็หาเหตุผลที่จะมาชี้แจงยากในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ท่านก็บอกไว้แค่คำอ่าน ข้อสงสัยว่าทำไม มารค กับ มาร์ค ออกเสียงไม่เหมือนกันจึงเป็นเรื่องที่จะต้องค้นคว้าหาเหตุผลกันต่อไป แล้วก็โชคดีที่ผู้เขียนได้ไปพบอยู่ในเอกสารการสัมมนาเรื่อง ภูมิปัญญาไทยในภาษาและวรรณคดี ที่มหาวิทยาลัยสยามร่วมกับคณะอนุกรรมการเผยแพร่เอกลักษณ์ของไทย ในคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ เป็นผู้จัดและพิมพ์แจก

ในหัวข้ออภิปรายเรื่อง ภูมิปัญญาไทยในการเปลี่ยนคำ การปรับเปลี่ยนคำ ที่วิทยากรผู้อภิปรายคือ ดร.นววรรณ พันธุเมธา มีความที่พอจะเก็บมาใช้แก้ข้อสงสัยข้างต้นได้ว่า เมื่อไทยเรายืมคำภาษาต่างประเทศมาใช้ เราก็มักจะปรับเปลี่ยนคำให้ถูกหูคนไทย คำใดที่เสียงสระพยัญชนะในภาษาไทยไม่มี ก็อาจนำเสียงพยัญชนะของภาษาไทยที่มีคุณสมบัติของเสียงที่คล้ายคลึงกันมาแทน หรือถ้าหากคำที่ยืมมานั้นไม่มีเสียงวรรณยุกต์เราก็กำหนดเสียงวรรณยุกต์เพิ่มเข้าไป มารค พยางค์ท้ายคำที่ออกเสียงว่า มาก หรือเสียงโทนั้น เพราะเป็นคำที่ยืมมาจากภาษาบาลีสันสกฤต ซึ่งวิธีเติมเสียงวรรณยุกต์ให้คำบาลีสันสกฤตนั้นคล้อยตามอักขรวิธีของไทยแต่คำทับศัพท์หรือคำที่ยืมมาจากภาษาอังกฤษ เรามีวิธีให้เสียงวรรณยุกต์ต่างออกไป คือโดยทั่วไป คำตาย มักจะออกเป็นเสียงวรรณยุกต์ ตรี เช่น เซ็ท คัพ เช็ค ฯลฯ ส่วน คำเป็น มักออกเป็นเสียงสามัญ เช่น บาร์ วี บอล ฯลฯและถ้าเป็นพยางค์ท้ายคำมักจะออกเป็นเสียงวรรณยุกต์โท เช่น ดาลิ้ง ปาร์ตี้ เบเก้อฯลฯ แต่บางทีก็มีข้อยกเว้นอยู่บ้าง ทั้งคำยืมจากภาษาอังกฤษส่วนมากจะเขียนโดยไม่ใส่เครื่องหมายวรรณยุกต์ทำให้เวลาออกเสียงอาจมีปัญหาเรื่องการเติมเสียงวรรณยุกต์อยู่บ้าง

อย่างไรก็ตาม

แม้คำที่ยืมจากภาษาอังกฤษโดยหลักจะไม่ใส่เครื่องหมายวรรณยุกต์กำกับ แต่เวลาออกเสียงเราก็เติมเสียงวรรณยุกต์ช่วยนิดหน่อยได้ตามความเหมาะสม แม้ว่าการออกเสียงคำทับศัพท์ภาษาต่างประเทศเราควรต้องออกเสียงให้เหมือนหรือใกล้เคียงกับเสียงภาษาเดิม แต่ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นเสียงตรงเต็มร้อย เพราะอย่างน้อย เราจะต้องคำนึงถึงความสละสลวยราบรื่นกลมกลืนกับเสียงคำเรียงความของภาษาไทย ดังเช่นที่เรามิได้ออกเสียงชื่อเมืองหลวงของประเทศอังกฤษว่า ลันดั้น แต่ออกเป็น ลอนดอน และคำ ฟุตบอล ก็มิได้ออกเสียงเป็นเสียงแม่กนแล้วม้วนลิ้นขึ้นไป แบบคำภาษาเดิมด้วย

ก็เอาละที่แน่ ๆ คือ ชลมารค และ สกลมารค ต้องออกเสียงว่า ชน - ละ - มาก และ สะ - กน - ละ - มาก (คำที่เน้นให้ออกเสียงเพียงกึ่งมาตราคือครึ่งเสียง) ก็แล้วกัน ที่สำคัญคือ ต้องไม่ออกเสียงวรรณยุกต์สับสนจนผิดเพี้ยนโดยไม่รู้ตัว หรืออาจจะรู้ตัวแค่ตามกระแสนิยม เช่นที่เป็นกันมากในปัจจุบันเท่านั้น

ทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี

...........................................

ถ้าใครได้ดู Kingdom of Heaven แล้ว

ไม่รู้ชอบเหมือนกันหรือเปล่า ที่เขาพยายามสื่อว่า

"ทุกศาสนาดี แต่ที่มีปัญหา ก็เพราะคนที่นำไปใช้"

และคนไม่ดี จะศาสนาอะไรก็ไม่ดี

ไม่ใช่เพราะศาสนา

พวกที่นับถือพุทธแต่โกงชาติ ตัดเศียรพระ ฆ่าแม่

พวกที่ระเบิดโรงพยาบาลเด็กเล็กๆในอเมริกา

เหตุการณ์ 911 หรือ 7/7 เพื่อศาสนาอะไร

...............................

...............................................

ไม่มีใคดีกว่า เลวกว่า ถูกกว่า

แต่เพราะการคิดมุมแคบ

หรือคิดว่าตัวเองถูกต้อง

จนสามารถตัดสินผู้อื่นได้

อันนั้นน่ากลัวนะ

..........................................

มีตัวอย่างที่ส่วนตัวคิดว่าไม่ค่อยเห็นด้วย

ใครนับถือศาสนาอื่น จะต้องตกนรกหมกไหม้

ไม่รู้คิดกันยังไง เวปนอก ฝรั่งทำ(หรือเปล่า)นะ

ตามไปดูรายละเอียดได้ที่

http://www.chick.com/reading/tracts/0390/0390_01.asp


edit @ 2005/07/13 01:43:22