XXX

นักรัก นักฟัน อันตราย

posted on 06 Jun 2005 23:10 by astarlink  in XXX

ไม่อยากให้หัวข้อนี้น่าเบื่อสำหรับคนที่คาดหวัง

ว่าจะเจอเรื่องหรรษา เสียวซ่าน .....................

แต่รับรองว่า เรื่องที่เอามาเล่าให้ฟัง ตื่นเต้นทุกเรื่องแน่นอน

ลองดูเรื่องแรกเลยนะ อาจจะเชยไปแล้ว

เพราะเดี๋ยวนี้ผู้หญิงฟันผู้ชายมากกว่า

แต่ก็นะ... รับรอง

(เรื่องเก่าซักปีนึงได้ละ)

เจาะชีวิตนักเรียนนักรัก นักฟันอันตราย

จากการสนทนากับเจ้าหน้าที่สมาคมวางแผนครอบครัว และครูแนะแนวในโรงเรียนมัธยมหลายแห่ง

พบว่าเด็กมัธยมต้น ม.1 ม.2 เริ่มมีเพศสัมพันธ์กันมากขึ้น

เด็กยุคนี้ทั้งหญิงและชาย มองเรื่องทางเพศ เป็นเรื่องปกติธรรมดา

ในขณะที่วัยรุ่นชายที่เป็น "นักฟัน" ยิ่งทำสถิติพิชิตหญิงได้มากเท่าใด

ก็ยังคงถือเป็นเรื่องเก่งฉกาจ ถือเป็นสุดยอดของลูกผู้ชาย



นี่คือเรื่องราวของ "นักฟัน" ชั้นมัธยม 6 วัย 17 ที่บัดนี้เริ่มถอดเขี้ยวเล็บ เก็บเนื้อเก็บตัว

จากภารกิจรักได้ไม่เนิ่นนานเดือน และกำลังประหวั่นพรั่นพรึงลึกๆ

ว่าตนเองจะปลอดพ้นจากเอดส์หรือไม่ เนื่องจากใช้ชีวิตสุ่มเสี่ยง

ไม่ได้ป้องกันตนเอง จากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงหลายคน

"ส่วนมากผู้หญิงเขายอมผม เขามักจะเข้ามาหาผมก่อน เพราะเขาอยาก

ผู้หญิงมีส่วนอยากนะครับ ไม่ใช่ผู้ชายอย่างเดียว ปกติเขาเก็บอารมณ์ได้

ไม่เผยออกมา แต่พอถึงจุดที่มีอะไรกัน เขาเผยออกมาหมดว่า เขาเป็นยังไง

แล้วเขาอยากขนาดไหน"

จ๊อด หนุ่มน้อยนักเรียนโรงเรียนรัฐบาลระดับกลางแห่งหนึ่ง

บอกเล่าถึงพฤติกรรมอันเป็นที่มาของ "นักฟัน" ที่เพื่อนๆ ตั้งสมญาให้ด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ

หนุ่มน้อยผู้มาจากครอบครัวชนชั้นกลาง มีผลการเรียนปานกลาง หน้าตาธรรมดา

แต่มีทีท่าเชื่อมั่นในเสน่ห์ทางเพศของตน ใช้เวลาว่างเมื่อเลิกจากการเรียนในช่วงเย็น

รับจ้างเฝ้าร้านอินเทอร์เน็ต มีรายได้ของตนเองตกอาทิตย์ละ 700 บาท

ในวัยที่ความหนุ่มเพิ่งเริ่มต้น เขามีความสัมพันธ์ทางเพศ กับเพื่อนหญิงมาแล้ว 6-7 คน

โดยเริ่มประสบการณ์ในวัยที่ขึ้นต้นนามว่านาย

"ผมชอบไปเที่ยวเดินเล่นตามห้าง นั่งเล่น ดูหนังบ้างหลังเลิกเรียน

แต่เที่ยวกลางคืนไม่บ่อยนัก ถ้าไปก็มักจะไปกินเหล้าที่อาร์ซีเอ ร้านมอร์แกน

เขาเปิดเพลงมัน สนุก ผู้หญิงเยอะดีด้วย ผมไม่จีบผู้หญิงนะ

ส่วนมากจะมีผู้หญิงมาชอบผมเยอะแยะ ผมจะเลือกว่า เขาเข้าสเป็กผมหรือเปล่า

ก็จะแลกเบอร์โทรกัน ผมมีเซ็กซ์ครั้งแรก ตอนอายุสิบห้ากับเพื่อนที่โรงเรียนที่เป็นแฟนกัน

ตอนแรกยังไม่คิดมีอะไรกับใคร แต่นานเข้ามันโดนลูกยุ ทีนี้พอมีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งที่สอง

ครั้งเดียวถ้าจะพอก็พอได้ แต่พอเรารู้แล้วว่าทำยังไง เราก็สามารถไปทำกับคนอื่นได้

เราคิดว่าตัวเองไม่ใช่เด็กแล้ว"

บทรักบทใคร่ของนักรักนักเรียนคนนี้ เกิดขึ้นครั้งแรกที่บ้านของฝ่ายหญิง

ช่วงดึกวันปิดเทอม พ่อแม่ฝ่ายหญิงไปต่างจังหวัด ไม่มีใครอยู่บ้าน

จ๊อดบอกว่าไม่มีอะไรทำ ก็ต้องหากิจกรรมการละเล่น คนอย่างเขาไม่เคยทำผู้หญิงที่ขัดขืน

"ส่วนมากเขาจะยอมทั้งนั้น ไม่ใช่ผมบังคับเขานะ เขายอมแต่โดยดี"

จ๊อดเรียนรู้พฤติกรรมทางเพศด้วยตนเองจากหนังสือโป๊

วิดีโอที่เช่ามาดูที่บ้าน หรือที่เพื่อนนำมาให้อีกมากมาย

"แต่เวลามีอะไรกับผู้หญิง ผมไม่เคยเปิดให้เขาดูหรอก มันเสียเวลา เปิด ๆ ไปก็ไม่ได้ดูอยู่แล้ว"

ผู้หญิงของจ๊อดอยู่ในวัยเดียวกัน บางคนอาจอายุน้อยกว่าปีสองปี

บางคราวเขาคบผู้หญิงพร้อมกันทีละ 4 คน

"ผมมีแฟนมาแล้วสิบสองคน ที่ได้เสียกันก็หกเจ็ดคน ทุกคนคบเป็นแฟนหมด

ไม่ใช่ชนิดรู้จักกันวันเดียวแล้วได้มา ผมไม่ชอบ มันอันตราย บางทีคบกันทีละสี่คน

ผมก็อธิบายให้เขาเข้าใจ ถ้ายอมรับไม่ได้ก็เป็นเพื่อนกันไป

เราไม่จำเป็นต้องมีคนรักคนเดียว ผมก็คบดูใจไปเรื่อยๆ ทีละหลายคน ดูว่าคนไหนดี

แต่ผมจะยังไม่ทำอะไรทั้งสิ้น ต้องดูก่อนว่าเขาเป็นยังไง

การคบกันของผมเป็นอย่างนี้ ผมมันคนเจ้าชู้ เห็นใครน่ารักไม่ได้

ผมจะคบเขาไปเรื่อยๆ ได้กับเขาแล้วผมจะไม่เลิกก่อน จนกว่าเขาจะมีคนใหม่

ไม่ใช่ฟันแล้วทิ้ง ที่ผ่านมือผมมาหกเจ็ดคน ซิงเสียสี่คน

ถ้าไม่ซิง ฟันแล้วเขามักไม่คิดอะไร ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

แต่ถ้าเราเป็นคนแรกของเขา เขาจะติดเราจนเรารำคาญ

ถ้าตื๊อหนักๆ ผมเลิกเลย ผู้หญิงที่เคยคบกันนานที่สุดเก้าเดือน

สั้นที่สุดก็อาทิตย์เดียว เรามักจะมีอะไรกันที่บ้านผมช่วงเสาร์อาทิตย์ เพราะไม่มีใครอยู่"

เช่นเดียวกับเด็กวัยรุ่นที่มีประสบการณ์ทางเพศส่วนใหญ่ ที่ได้พูดคุยด้วย

จ๊อดมีวิธีคุมกำเนิด ชนิดไม่เคร่งครัด ใส่ถุงยางบ้าง ไม่ใส่บ้าง

นอกนั้นเขาใช้วิธีที่วัยรุ่นทั่วไปนิยมใช้กันมาก คือการหลั่งข้างนอก และการนับวันปลอดภัย

"ถ้าไม่มีอะไรกับใคร ผมจะไม่ซื้อถุงยางเก็บไว้ ถ้าจะมีถึงเดินออกไปซื้อ

ผู้หญิงเขาก็ยอมนะ แต่เขาจะบอกว่าเขาไม่ชอบ ไม่มัน ไม่ธรรมชาติ ไม่เสียว

แต่บางครั้งผมก็ไม่ใส่ ผมไม่เคยพลาดเลยนะ

จ๊อดยอมรับว่าพฤติกรรมของตน อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการติดเอดส์

เขากลัว และคิดอยากจะเลิก ทุกวันนี้เขาหยุดความสัมพันธ์ทางเพศ

มาเป็นเวลาสามเดือนแล้ว คนรักของเขาเรียนชั้นมัธยม 6 ด้วยกัน

เป็นเพียงผู้หญิงคนเดียวที่เขาคบหาอยู่ในขณะนี้ ที่ยังอยู่รอดปลอดภัยมาได้

เธอเป็นเด็กเรียนดี ได้เกรด 3 กว่า

"ผมไม่อยากทำร้ายเขา ไม่อยากให้เขาเสียหาย ทุกคนที่ผ่านมา

ผมคิดฟันอย่างเดียว แต่คนนี้คบมาหกเดือน สำหรับผมเวลาขนาดนี้

ไม่มีอะไรกันก็เก่งแล้ว ผมเพิ่งมาคิดได้ เมื่อก่อนไม่คิด คิดแต่สนุก คิดอยาก

เพื่อนผมชอบพูดว่าเฮ้ย มึงเอาอีกแล้วหรือ ไปฟันใครมา เห็นใครเป็นไม่ได้

ไม่มีรอดมือไอ้จ๊อด ผมขี้เกียจฟังเพื่อนว่าด้วย ผมไม่ได้ภูมิใจอะไรทั้งสิ้น

ไม่อยากมีปัญหากับพ่อแม่ด้วย ผมทำให้ไม่มีปัญหา ผมก็ทำได้

อีกอย่างผมว่า

ผู้หญิงทุกคนแหละครับ เขาต้องการความจริงใจ ต้องการคนรักคนเดียว"

นักฟันกลับใจอย่างจ๊อดพูดเหมือนเสือสำนึกบาป...

----------------------------------------------------------------

บทความนี้ สะท้อนอะไรหลายๆอย่างที่ชัดเจน สิ่งเหล่านี้เอง

ที่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาสังคมวัยรุ่นในสมัยนี้...

ข้อมูลจาก นิตยสาร สารคดี

อันนี้เป็นตัวอย่างอ่ะ แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่อ่า...ก็เสียวอยู่นะ ว่าป่ะ

เรื่องนี้ก็ตั้งแต่กรกฎาคม ปีที่แล้ว แต่ยังไม่เชยหรอก

คิดว่าคงมีคนไม่ได้อ่าน และคิดว่ายังมีกากใยเหลือพอเป็นประโยชน์มั่ง

แง่คิดที่ได้เหรอ.... อายไม่กล้าซื้อถุงยาง แต่ไม่กลัวตายอ่ะ

(ถุงยางมีหลายแบบ หลายรส หลายสี ละก็หลายขนาด เลือกตามชอบใจ

จะแนะนำตรงนี้ก็จะหลุดเรท อ่า.. ไว้ค่อยบอกละกัน)

ซื้อ...ถุงยาง



หนังสือพิมพ์มติชน

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา "การประชุมนานาชาติเรื่องโรคเอดส์" ครั้งที่ 15 ในประเทศไทย

ก็จบลงอย่างสวยงามนะครับ แต่ที่น่าภาคภูมิใจมากที่สุดคงเป็นเรื่องของการเป็นเจ้าภาพที่ดี

จนทำให้คนทั่วโลกรับทราบและยอมรับว่าประเทศไทยได้ให้ความสำคัญ

ต่อการแก้ปัญหาโรคเอดส์อย่างจริงจัง

ส่วนที่เหลือคงเป็นเรื่องของการสานต่อ ว่าเราจะสามารถรณรงค์การ "ป้องกัน" โรคอันตรายนี้ได้อย่างไรและขนาดไหน?การประชุมที่ผ่านมา เน้นน้ำหนักไปในเรื่องของการ "ป้องกัน" และเยียวยาผู้ป่วยเอดส์นะครับ โดยแนะนำให้ใช้ถุงยางอนามัยเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าถ้าจะแก้ไขต้นตอของปัญหา ทุกฝ่ายควรจะศึกษาเรื่องของสภาวะทางจิตวิทยาสังคม และวัฒนธรรมการบริโภคของบ้านเราก่อนนะครับ เพราะถึงแม้ว่าการขายหรือการหาช่องทางในการจำหน่าย "ถุงยางอนามัย" ที่มีให้เราเห็นอยู่ทุกซอกทุกมุม โดยเฉพาะในเมืองกรุงก็ไม่สามารถเบี่ยงเบนนักรักทั้งหลาย ให้หันมานิยมใช้ถุงยางกันได้ซะที

คงถึงคราวที่เราต้องตั้งคำถามว่า "จะทำอย่างไร ให้คนกล้าซื้อถุงยาง หรือว่าง่ายๆ คือจะทำอย่างไรให้เข้าถึงนักรักเหล่านี้ซะมากกว่า"เมื่อก่อนเราได้รณรงค์การป้องกันโรคเอดส์ เจาะจงเฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่หรือพวกค้างคาวกลางคืน แต่สิ่งที่นึกไม่ถึงคือ

กลุ่มผู้ติดเอดส์ใหม่ซึ่งมีมากกว่าร้อยละ 17 ของผู้ติดโรคคือ กลุ่มเด็กวัยรุ่นนี่เองแหละครับ

เดี๋ยวนี้น้องๆ วัย 14-20 ก็เริ่มมีเพศสัมพันธ์กันแล้ว เผลอๆ บางทีมีพฤติกรรมทางเพศที่รุนแรงโจ๋งครึ่ม และน่ากลัวกว่าพวกรุ่นใหญ่ซะอีก เพราะหลายสิ่งหลายอย่างภายใต้สังคมยุคนี้ดูเหมือนจะ "ฟรีสไตล์" อิสระภาพจนเกินความพอดี รวมไปถึง "ฟรีเซ็กซ์" ด้วยและที่กำลังมาแรงฉุดไม่อยู่คงเป็นการมีเพศสัมพันธ์แบบ "สะวิงกิ้ง" หรือการมีเซ็กซ์หมู่นั่นแหละครับ

โดยส่วนมากมักคิดว่า "พวกเราเด็กๆ ไม่เคย(หรือไม่ค่อย)มีเซ็กซ์กับใคร ไม่น่าจะติดเอดส์ง่ายเหมือนพวกผู้ใหญ่เขาหรอก" จึงไม่จำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัย เพราะแค่หวังเอามัน อย่างไร้สติสัมปชัญญะ หรือสะเพร่านั่นแหละครับ จึงเป็นบ่อเกิดของโรคในคนกลุ่มนี้

ลองนึกดูซิครับ คนโบราณเห็นลูกหลานเดินจูงมือกันต้องพูดว่า "ตาเอ้ย ดูหลานเอ็งซิ เดินกันตัวเป็นเกลียวเชียว บัดสีบัดเถลิงที่สุด" แต่ที่ไหนได้ เดี๋ยวนี้เขากรึบเหล้า เห็นถูกใจเข้าหน่อย อดใจไม่อยู่ ขาดสติ หนำซ้ำไม่รู้จักป้องกันตนเองซะอีก

ผมมองว่าการแก้ปัญหาโรคเอดส์แต่เพียงอย่างเดียวคงไม่ใช่ทางออก และเป็น "ยาป้องกัน" ที่ดีที่สุด เพราะทุกอย่างในสังคมเราล้วน "สัมพันธ์" กันหมด อาทิ ถ้ายังมีหนังอนาจาร การ์ตูนลามก หรือแม้กระทั่งยาเสพติดให้เห็นอยู่ เด็กบริโภคแล้วอยากลองของขึ้นมาจะฉุดอยู่เหรอ

ถามหน่อยเถอะครับ เรื่องของการ "ปิดบาร์ ผับ เร็ว" จะลดปัญหาการติดเอดส์ได้มั้ยครับ ผมว่ามีสิทธินะครับ ลองคิดดูซิแทนที่จะปล่อยให้เขามีโอกาสไปเที่ยวไปปลดปล่อย กลับบีบบังคับนักเที่ยวทั้งหลายให้อยู่ในกรอบจนมากเกินไปอย่างนี้ "ยิ่งบีบยิ่งเล็ดนะครับ" จนเขาต้องจัดปาร์ตี้พิเศษตามคอนโดฯ บ้านพัก ซดเหล้า เสพยา เมาซะจนเละ ควบคุมตัวเองไม่อยู่และสุดท้ายลงเอยด้วยการ "มั่วเซ็กซ์" จนติดเป็นนิสัย ถ้าโชคไม่ดีติดเอดส์ขึ้นมา "ซวยล่ะทีนี้ "

อย่างไรก็ตาม เด็กยุคใหม่ควรจะหัดมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมมากกว่านี้นะครับ เพียงแค่รู้จักรัก รู้จักสนุก สวมถุงยางอนามัยซะหน่อย มันจะหนักหนาสาหัสนักเหรอ? เชื่อมั้ยครับว่าจากการวิจัยของสำนักระบาดวิทยา เผยตัวเลขว่าร้อยละ 83.7 ของผู้ติดโรคเรียกหายมบาลนี้ คือผู้ที่ไม่สวมใส่ถุงยาง เราคงต้องหันมาใส่ใจให้ความรู้ความเข้าใจต่อการป้องกันมากยิ่งขึ้น

นอกเหนือจากการที่ไม่ได้รับความรู้ในเรื่องของการป้องกันและผลของอันตรายแล้ว

สิ่งที่เราคาดไม่ถึงคือ "ความอาย" ในการซื้อถุงยางเพราะบางคนรู้ทั้งรู้ว่าควรจะป้องกันอย่างไร

แต่อายที่จะหยิบถุงยางขึ้นมา จนบางคนบอกกับผมว่า "เด็กสมัยนี้ แต่ตัวซะเปรี้ยว มั่นขนาดนี้

กล้าแสดงออก แต่ทำไม๊ ไม่กล้าซื้อถุงยางอนามัย กลับเขินอายไร้สาระจริงๆ

ทำไมขัดแย้งกันเหลือเกิน"

โอเค. ผมว่าถ้าไม่กล้าอย่างน้อยทางร้านขายยา ร้านคอนวีเนียนสโตร์ น่าจะหาวิธีทางอื่นในการจำหน่ายถุงยางมากกว่าตั้งบนเคาน์เตอร์ "ประจาน " ขายร่วมกับลูกอมหมากฝรั่ง

เวลาตั้งสติตั้งใจว่าจะหยิบคนขายก็อมยิ้ม คนซื้อก็กังวลกลัวคนรู้ ว่าเดี๋ยวจะมีเซ็กซ์กันแล้ว อย่างนี้จะมีสักกี่คนที่กล้าซื้อล่ะครับ ถ้าเป็นผมคงจะแจกใบปลิวขายถุงยางทางไปรษณีย์เลยดีกว่า ไม่ต้องให้รู้กันเลยว่าใครซื้อบ้าง เรื่องนี้ทางรัฐบาลและฝ่ายเอกชนควรจะศึกษาหาช่องทางการจำหน่ายที่เหมาะสมกับพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยมากกว่านี้นะครับ

ทั้งนี้เราคงต้องคำนึงว่าโรคเอดส์เมื่อติดแล้วถือว่าเป็นภัยอันตรายที่ยังหาทางแก้ไขไม่ได้

แต่อย่างน้อยที่สุดผมอยากจะแนะนำว่า ยาวิเศษที่ดีที่สุดคือ "จิตใต้สำนึก"

ในการป้องกันโรคเอดส์ ส่วนพวกนักรักทั้งหลายคงต้อง

"กล้าที่จะป้องกัน กล้าที่จะเรียนรู้ และที่สำคัญทำจริงกันซะทีครับ"

ใครสงสัยเรื่องยี่ห้อถุงยาง หรือการใช้ หรือจะให้ใช้ให้ดู ก็แจ้งมานะ จะมีอาสาสมัครไปสอนให้อ่ะ ... เหอๆ



edit @ 2005/06/09 22:49:10

มาทำความรู้จักถุงยางกันหน่อย (ต่อจากเรื่องที่แล้ว)

ในปัจจุบันโรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ เป็นปัญหาใหญ่ที่ยังแก้ไม่ตก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคเอดส์ และมันได้กลายเป็นปัญญาใหญ่ในสังคม

แม้ในปัจจุบันจะมีการผลิตถุงยางอนามัย หลากหลายชนิด หลากหลายรูปแบบ

แต่สิ่งสำคัญที่สุด ที่เราจะต้องสนใจและให้ความสำคัญ ก็คือ ความปลอดภัย นั่นเอง

ถุงยางอนามัยนั้น ทำหน้าที่เหมือนกับเป็นเกราะป้องกันตัวของคุณ

แต่ก็ยังมีบางคนที่เห็นว่าถุงยางอนามัยทำให้ ความพึงพอใจทางเพศรสลดลง

(*** ส่วนมากพวกที่พูดแบบนี้จะทำไม่ค่อยเป็น หรือไม่ก็พวกขี้เกียจ

หรือพวกขี้อายไม่กล้าซื้อถุงยาง.... เฮ้อ..อย่าทำมันเลย....เหอๆๆๆ )

หรืออ้างว่า "ถุงยางอนามัยคับเกินไป"

(***อีกแล้ว..เจอพวกขี้คุย ........................................................

แต่ถ้ามีเป็นประเภทช้างม้า เดี๋ยวนี้มีขนาดใหญ่แล้ว ใหญ่กว่า 52 มม.อีก)

แต่จริง ๆ แล้วทางออกสำหรับปัญหานี้ก็คือ หาชนิดของถุงยางอนามัย

ให้เหมาะสมที่สุดกับขนาดของแต่ละคน

มีข้อน่าสังเกตุว่า มีผู้ชายเพียง 42% ที่มีส่วนกว้างที่สุดของอวัยวะเพศอยู่ที่ส่วนหัว

ขณะที่ 27% อยู่ที่ลำกล้อง และ 12% อยู่ที่ส่วนฐาน

บรรดาผู้ผลิตจึง ต่างผลิตและออกแบบถุงยางอนามัยออกมาหลากหลาย

เพื่อให้มีความพอดีกับอวัยวะเพศที่แตกต่างกันนั่นเอง (ชอบแน่นๆก็ Duo Kingtex 51มม. Duo 5 2มม. )

การเลือกซื้อถุงยางอนามัยนั้น นอกจากจะดูจากขนาดแล้ว

ต้องดูวันหมดอายุที่กล่อง หรือซองบรรจุ

ไม่ความใช้หลังจากวันหมดอายุแล้วเด็ดขาด เพราะคุณภาพยาง

จะเสื่อมและเปื่อยขาดได้ง่าย

*** ดูดีดีนะ แล้วก็อย่าไปซื้อของเก่ามาใช้ ร้านที่ตั้งถุงยางตากแดดไว้ก็ไม่ดีนะ..ขอบอก

อ้อ อย่าใช้ซ้ำนะจ๊ะ อย่าประหยัดขนาดนั้น

**********หลายคน อยากรู้ว่า

การพกถุงยางติดดัวไว้ในกระเป๋าเงินทุกวันนั้นดีหรือไม่ ?

คำตอบก็คือ ไม่ดี เพราะกระเป๋าเงินผู้ชายนั้นจะแน่น

และกดยาง ทำให้ยางเสื่อมและเปื่อยง่าย

นอกจากนี้ การเตรียมพร้อมเสมอโดยเก็บสต๊อกไว้ในรถตามช่องต่าง ๆ

ก็ไม่เป็นการดีเช่นกัน เพราะยางจะเสื่อมสภาพจากความร้อนภายในรถ

ขณะที่คุณจอดรถตากแดดไว้นั่นเอง

แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ ง่ายนิดเดียวครับ เพราะปัจจุบัน คุณสามารถหาซื้อถุงยางอนามัยได้ง่ายมากทีเดียว ทั้งจากร้านสะดวกซื้อ และแม้แต่ในสถานีบริการน้ำมันทั่วไป ซึ่งต่างเปิดให้บริการกัน 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว

*** ก็บอกกับเด็กออฟ เด็กเล้าจ์ ที่รัก คู่ขา คู่นอน เหยื่อ เพื่อน..ว่าคุณหิวจะแวะซื้อหมากฝรั่ง หรือ เบียร์ก็ได้.... ทีหลังอย่าให้ต้องบอกกันซ้ำนะ.

การฉีกซองบรรจุนั้น ให้ใช้นิ้วมือฉีกเท่านั้น ไม่ควรใช้กรรไกร หรือของมีคมตัด

เพราะอาจตัดหรือสะกิดโดนของถุงยางได้ (อันนี้เผื่อไว้ แบบว่านายระเบียบ หรือคุณหญิงแม่สั่งไว้)

ทำให้เกิดเป็นรู หรือรอยขาดโดยที่เราไม่รู้ได้

นอกจากนี้ควรระวังเล็บ แหวน นาฬิกา หรือแม้แต่ฟันของคุณเองด้วย

เพราะอาจทำให้ถุงยางอนามัย ขาดหรือมีรูได้เช่นกัน

(พวกอาบน้ำเองไม่เป็น โปรดระวัง..ฟันของน้องๆก็อาจทำให้ถุงยางฉีกขาดได้)

........... มีรูปสอนวิธีใช้ปากใส่ถุง สาวๆตามอาบนวดทำเป็น

แต่นะ...ท่องไว้ 2,000 กับ เอดส์ แล้วจะหายอยากไปเอง

การใส่ถุงยางก็ต้องรูดให้สุดถึงโคน ระวังอย่าให้มีอากาศเข้า

เพราะฟองอากาศทำให้ถุงยางแตกง่ายในขณะปฏิบัติการอีกด้วย

การเลือกใส่ก็ควรใส่ในขณะที่อาวุธแข็งตัวเท่านั้น

.(อาวุธ คือ ............. ต้องแปลป่ะ)

การใช้เจลหล่อลื่นนั้น ห้ามใช้สารหล่อลื่นที่เป็นผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม

เช่น วาสลิน เพราะจะทำให้ถุงยางเปื่อยและขาดได้ง่าย

แต่ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็น water base หรือผลิตภัณฑ์เฉพาะสำหรับการกิจนี้โดยเฉพาะเท่านั้น

(มีหลายยี่ห้อ หาซื้อสะดวกตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป)

หลังจากเสร็จกิจแล้ว การถอดถุงยางควรกระทำให้ขณะที่อาวุธยังแข็งตัวอยู่

ไม่ควรนอนแช่ร่วมกัน เพราะอวัยวะเพศของคุณจะอ่อนตัว

และจะทำให้ถุงยางอนามัยหลุดได้ แนะนำให้ใช้กระดาษชำระพันให้รอบก่อน

แล้วจึงจะรูดออก เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเมือกที่อยู่ด้านนอก

ควรห่อทิ้งถึงขยะให้เรียบร้อยเดี๋ยวแม่เห็น

จบข่าว

ปล. มีรูปเยอะแยะ แต่ใส่ไม่เป็น เวปบล๊อคนี้เลยมีแต่ตัวหนังสือ ไว้ทำได้คงได้ดูรูปดีดีกัน

...อย่าคิดมากนะ รูป xxx ไม่ลงตรงนี้หรอก บาป เด็กดูเยอะ จะส่งทางเมลล์เหมือนเดิม